FORD GT โมเดลใหม่ ซูเปอร์คาร์สมรรถนะ EcoBoost

ฟอร์ดให้นิยามใหม่กับแอโรไดนามิกส์, EcoBoost และระบบน้ำหนักเบา ด้วย ฟอร์ด GT ซูเปอร์คาร์ คาร์บอนไฟเบอร์โมเดลใหม่  

 

  • ฟอร์ด GT ซูเปอร์คาร์สร้างมาตรฐานใหม่เพื่อนวัตกรรมของฟอร์ดผ่านสมรรถนะเครื่องยนต์น้ำหนักเบา, แอโรไดนามิกส์ และ EcoBoost® อันทรงประสิทธิภาพ
  • ฟอร์ด GT ได้คุณลักษณะเด่นจากเครื่องยนต์ EcoBoost อันทรงพลังที่สุดที่เคยมีมา – เครื่องยนต์ฟอร์ด EcoBoost V6 เทอร์โบชาร์จคู่โฉมใหม่ให้พลังมากกว่า 600 แรงม้า
  • ซูเปอร์คาร์สมรรถนะสูงล้ำเป็นของขวัญสุดยอดจากฟอร์ด เปี่ยมล้นด้วยเทคโนโลยีซึ่งพิสูจน์แล้วจากสนามแข่งด้วยการกำหนดโครงสร้างเหนือธรรมดาขณะเข้าสู่กระบวนการผลิตในปี 2016

 

ฟอร์ดในวันนี้เผยโฉม GT โมเดลใหม่ ซูเปอร์คาร์สมรรถนะสูงล้ำซึ่งเป็นเทคโนโลยีจุดเด่นสำหรับ สมรรถนะ EcoBoost, แอโรไดนามิกส์ และการผลิตคาร์บอนไฟเบอร์น้ำหนักเบา

GT เป็นหนึ่งในมากกว่า 12 พาหนะใหม่สมรรถนะเยี่ยมจากฟอร์ดที่จะเปิดตัวในปี 2020 ซึ่งจะมาพร้อมกับ Focus RS, F-150 Raptor, Shelby GT350 และ Shelby GT350R ในการรวมตัวของยานยนต์ชั้นนำจากฟอร์ด

ด้วยการเริ่มสายการผลิตปลายปีหน้า GT จะลงสู่ถนนในตลาดโลกเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีของรถแข่งฟอร์ด GT ที่ได้อันดับ 1-2-3 จากการแข่งขัน 24 ชม. ณ เมือง Le Mans ในปี 1966

“ในขณะที่ฟอร์ดเราขับเคลื่อนนวัตกรรมเข้าสู่ทุกภาคส่วนธุรกิจ มันเป็นสิ่งที่มีคุณค่าที่จะจดจำว่านวัตกรรมแรกของบริษัทนั้นไม่ได้อยู่ในห้องแลบ แต่อยู่ในสนามแข่ง” Mark Fields ประธานและCEO บริษัท Ford กล่าวเมื่ออ้างถึงชัยชนะของ Henry Ford ในการแข่งขันยานยนต์ในปี 1901 ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้สนับสนุนทางการเงินทำการลงทุนกับบริษัทของเขา “เรามีแรงปรารถนาเกี่ยวกับนวัตกรรมด้านสมรรถนะและเพื่อสร้างพาหนะที่ทำให้หัวใจของผู้คนเต้นระรัว”

GT ซูเปอร์คาร์มีคุณลักษณะขับเคลื่อนล้อหลัง, เครื่องยนต์กลางลำตัวและลำตัวเพรียวแบบแอโร่ไดนามิกส์คูเป้ 2 ประตู ขับเคลื่อนโดยเครื่องยนต์ EcoBoost ที่ทรงพลังที่สุดที่เคยผลิตมา – เครื่องยนต์ EcoBoost V6 เทอร์โบชาร์จคู่ล้ำยุคให้กำลังมากกว่า 600 แรงม้า

GT สร้างโดยใช้วัสดุน้ำหนักเบา รวมถึงคาร์บอนไฟเบอร์และอลูมินั่ม – ก่อให้เกิดอัตราการเร่งที่โดดเด่นและการควบคุมที่มีประสิทธิภาพ

ความมุ่งมั่นและกำลังความสามารถของฟอร์ดในการส่งผ่านเทคโนโลยีซึ่งมีแต่เฉพาะในพาหนะชั้นสูงเห็นประจักษ์ได้ใน GT สิ่งเหล่านี้รวมถึงการใช้แอโร่ไดนามิกส์อันล้ำยุค เช่น สปอยเลอร์หลังที่ปรับได้ กับนวัตกรรมแห่งวัสดุและเทคโนโลยีอันล้นเหลือซึ่งช่วยผู้ขับขี่เช่น SYNC® 3 – ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นล่าสุดของระบบเชื่อมต่ออันล้ำยุคของฟอร์ด

“GT คือการดำเนินการขั้นสุดยอดเพื่อผู้คลั่งไคล้ในซูเปอร์คาร์” Raj Nair รองประธานกลุ่มบริษัทฟอร์ด, ฝ่ายพัฒนาสินค้าทั่วโลก กล่าว “GT รวบรวมนวัตกรรมและเทคโนโลยีซึ่งสามารถนำไปใช้อย่างกว้างขวางในสายการผลิตสินค้าในอนาคตของฟอร์ด – ซึ่งเป็นหลักฐานอีกชิ้นหนึ่งที่ชี้ให้เห็นว่าฟอร์ดเพิ่มขีดความสามารถขึ้นอย่างต่อเนื่องในขณะที่ปรับปรุงพาหนะให้ถึงขั้นสูงสุดเพื่อลูกค้าของเราทุกคน”

นวัตกรรมคาร์บอนไฟเบอร์

มีไม่กี่นวัตกรรมที่สามารถให้ความสามารถที่หลากหลายขึ้นพร้อมทั้งความได้เปรียบด้านประสิทธิภาพได้ดีกว่าการลดน้ำหนัก ทุกองค์ประกอบของความสามารถของยานยนต์ – อัตราการเร่ง, การควบคุม, การเบรค, ความปลอดภัย, ประสิทธิภาพ – สามารถปรับปรุงได้ด้วยการใช้วัสดุที่ล้ำยุคและน้ำหนักที่เบาขึ้น

GT โมเดลใหม่นั้นมีคุณลักษณะประกอบด้วยวัสดุน้ำหนักเบาอันล้ำยุค ซึ่งช่วยให้ผลิตภัณฑ์ระดับแนวหน้าทั้งหมดของฟอร์ดก้าวไปอีกขั้น ด้วยการใช้ส่วนประกอบโครงสร้างจากคาร์บอนไฟเบอร์อย่างเต็มที่ GT แสดงให้เห็นว่าเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ยานยนต์ที่ดีที่สุดเมื่อเทียบอัตราส่วนกำลังต่อน้ำหนัก (power-to-weight)

จากใจกลางห้องผู้โดยสารคาร์บอนไฟเบอร์ GT ประกอบด้วย subframe อลูมินั่มหน้าและหลังซึ่งห่อหุ้มด้วยผนังลำตัวโครงสร้างคาร์บอนไฟเบอร์ คาร์บอนไฟเบอร์เป็นหนึ่งในวัสดุที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกด้วยมวลอันมีความแข็งระดับสูงสุดเพื่อวางรากฐานส่วนประกอบchassis และในขณะเดียวกันมีน้ำหนักที่เบาขึ้นเพื่อความสามารถเชิงพลวัต (dynamic) และเพิ่มประสิทธิภาพ

การผลิต EcoBoost ที่ทรงพลังที่สุดที่เคยมีมา

เทคโนโลยี ฟอร์ด EcoBoost จะมีอยู่ใน รถยนต์ กระบะยูทิลิตี้ และกระบะไลท์ดิวตี้ รุ่นใหม่ๆของฟอร์ด ใน อเมริกาเหนือ เริ่มต้นในปีนี้

เครื่องยนต์ EcoBoost ให้พลังกับยานยนต์รุ่นใหม่ของฟอร์ดที่เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ รวมถึง Mustang รุ่นใหม่, F-150 Raptor ซึ่งเพิ่งเปิดตัว, รวมทั้ง Fiesta ST และ Focus ST

บนพื้นฐานเดียวกับเครื่องยนต์ที่ได้รับการพิสูจน์ในสนามแข่งขันซึ่งใช้กับ รุ่นต้นแบบ IMSA Daytona ของฟอร์ดในการแข่งขัน endurance เครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จคู่ EcoBoost V6 3.5 ลิตร อันล้ำยุคใน GT ให้คุณลักษณะ powerband ที่กว้างด้วยอัตรา time-to-torque ที่น่าประทับใจ

เครื่องยนต์แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพที่โดดเด่น – คุณสมบัติหลักของระบบส่งกำลังจากการแข่งขัน endurance ซึ่งสมรรถภาพอันโดดเด่นรวมกับประสิทธิภาพเป็นข้อได้เปรียบหลักในการแข่งขัน

เครื่องยนต์เทอร์โบคู่ฟอร์ด EcoBoost V6 ได้ชัยชนะสามครั้งในฤดูกาลแรกของ IMSA TUDOR ยูไนเต็ด สปอร์ตคาร์ แชมเปี้ยนชิพในปี 2014 รวมถึงชัยชนะใน 12 Hour of Sebring อันทรงเกียรติ รวมกับ podium (อันดับ 1-3) 7 ครั้ง ซึ่งเป็นระยะทางมากกว่า 15,000 ไมล์ในการแข่งขัน endurance

GT ยังมีคุณลักษณะติดตั้งระบบหัวฉีดเชื้อเพลิงทั้งแบบ port dual และ direct dual injection เพื่อช่วยเพิ่มการตอบสนองของเครื่องยนต์ เพิ่มเติมด้วยขบวนวาล์ว (valvetrain) แบบ low-friction roller-finger-follower เครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จคู่ EcoBoost V6 จะจับคู่กับชุดเพลาส่งกำลัง (transaxle) แบบ seven-speed dual clutch เพื่อการเปลี่ยนเกียร์แบบเกือบฉับพลันและเพื่อการควบคุมอันยอดเยี่ยมโดยผู้ขับขี่

การนำมาใช้ซึ่งเทคโนโลยีอากาศ(แอโร่)

ประสิทธิภาพของแอโร่ไดนามิกส์เป็นหัวใจของการออกแบบ GT ซึ่งถูกนำมาใช้ในการลดแรงต้าน (drag) ในขณะที่ช่วยเรื่องแรงกด (downforce) และความสมดุล (stability)

จากรูปร่างเหมือนหยดน้ำตา (tear-drop) ซึ่งได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดจนถึงส่วนลำตัวซึ่งได้แรงบันดาลใจจากเครื่องบินและกระจกหน้าที่มีความโค้งเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการมองเห็น ทุกความโค้งและทุกรูปทรงถูกออกแบบมาเพื่อลดแรงต้านและเพิ่มแรงกดให้สูงสุด

แม้ว่าทุกพื้นผิวของ GT ถูกสร้างสรรค์มาให้ตอบสนองการจัดการแรงลม มันยังมีคุณลักษณะของส่วนประกอบแอโร่ไดนามิกส์อย่างเต็มที่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเบรค, การควบคุมและความสมดุล

การเปิดใช้สปอยเลอร์หลังเป็นส่วนสำคัญกับทั้งความเร็วและคำสั่งจากผู้ขับขี่, รวมถึงการเปิดใช้และปรับระดับความสูงและ/หรือมุมกระดก(pitch angle)ตามสถานการณ์

การออกแบบสู่จุดประสงค์

ในขณะที่ได้ร่วมแบ่งปันตำนานกับรถแข่งคลาสสิกและรถสมรรถนะสูงของฟอร์ด GT มีรูปทรงที่ร่วมสมัยและเป็นประโยชน์อย่างเต็มที่ซึ่งสื่อถึงความทันสมัยและความงดงามอย่างสมบูรณ์

Chassis อันทันสมัยใช้ระบบรองรับแรงสั่นสะเทือนด้วยเพลา torsion bar และ pushrod suspension โดยสามารถปรับความสูงในการขับขี่ได้ ล้อขนาด 20 นิ้วหุ้มยาง Michelin Pilot Super Sport Cup 2 ซึ่งมีคุณลักษณะของส่วนผสมและโครงสร้างที่เป็นลักษณะพิเศษออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อฟอร์ด GT ล้อยานยนต์ซึ่งมีมากซี่ ตีวงรอบด้วยดิสก์เบรคคาร์บอน-เซรามิคทั้งสี่มุม

หลังคาทรงแคบซึ่งลดพื้นที่ด้านหน้าและครอบส่วนภายในไว้นั้น ใช้เทคโนโลยีอันล้ำสมัยเพื่อรับประกันการควบคุม, ความสะดวกสบาย และความปลอดภัย ที่นั่งสองที่สามารถเข้าถึงได้โดยประตูเปิดขึ้นบน (ปีกผีเสื้อ) และให้คุณลักษณะที่นั่งของผู้ขับขี่และผู้โดยสารผสมผสานกันโดยตรงกับห้องผู้สารคาร์บอนไฟเบอร์

การปรับแต่งนี้สามารถลดฮาร์ดแวร์และน้ำหนักของที่นั่งได้เป็นอย่างมาก ซึ่งให้ความมั่นคงและการเชื่อมต่อความรู้สึกกับ chassis รวมถึงที่นั่งแบบ fixed กับคันเหยียบและแกนพวงมาลัยที่ปรับได้เพื่อจัดความเหมาะสมกับระดับความสูงของผู้ขับขี่

พวงมาลัยสไตล์ F-1 ผสมผสานทุกการควบคุมที่จำเป็นของผู้ขับขี่ การสร้างแกนพวงมาลัย (steering column) แบบ stalkless สามารถทำให้เข้าถึงระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย (paddle-shift) ได้อย่างราบรื่น กลุ่มแผงหน้าปัดที่เป็นระบบดิจิตอลและสามารถตั้งค่าได้ทำให้ข้อมูลของผู้ขับขี่เป็นสิ่งสูงค่า ระบบแสดงค่าหน้าปัดสามารถตั้งค่าได้ตามสภาพแวดล้อมของการขับขี่และโหมดการขับขี่ที่แตกต่างกัน

“ขณะที่เราหวังว่าผู้ที่คลั่งไคล้ในรถซูเปอร์คาร์จะปลื้มปิติกับ GT โมเดลใหม่นี้ ลูกค้าของฟอร์ดทุกคนก็จะได้รับประโยชน์จากสมรรถนะขั้นสุดยอดและนวัตกรรมยุคใหม่ของฟอร์ดไปด้วย” Nair กล่าว

 


พบกับรถยนต์ Ford ทุกรุ่น และข้อเสนอสุดเร้าใจที่ Ford VP Group ศูนย์บริการฟอร์ดมาตรฐาน ทั้ง 3 สาขา

  • ฟอร์ด เพชรเกษม 77     02-809-5522 #101 - 102
  • ฟอร์ด ปิ่นเกล้า              02-886-4466 #102 - 103
  • ฟอร์ด แจ้งวัฒนะ           02-964-9088 #101 -103